“ลี่เจียง” พิชิตความหนาวบนยอดเขาหิมะมังกรหยก

“เมืองลี่เจียง” เมืองมรดกโลกแห่งนี้เป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่บนขุนเขาทางตอนเหนือของต้าลี่ ที่นี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากว่า 800 ปี ถึงแม้ว่าเมืองลี่เจียงจะเป็นแค่เมืองเล็กๆแต่กลับมีมนต์เสน่ห์อันงดงาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนบธรรมเนียมประเพณี เอกลักษณ์วัฒนธรรมเฉพาะถิ่น เป็นต้น ซึ่งในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปเที่ยว 5 รายการ ที่ห้ามพลาดเด็ดขาดเมื่อไปเที่ยวลี่เจียงกันคะ อาหารพื้นเมือง เป็นสิ่งแรกที่ไปเมืองลี่เจียงแล้วห้ามพลาด คือการชิมบะหมี่เส้นกลม เสี่ยวหลงเป่า มันทอดโรยพริก ซึ่งสามารถหากินได้ระหว่างเดินชมรอบๆเมือง แต่ละอย่างล้วนแล้วแต่อร่อยเด็ดทั้งนั้น ราคาก็ไม่แพงแค่ประมาณ 10 หยวน หาที่พักในเมืองเก่า ที่นี้คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศแบบสไตล์บ้านโบราณทำให้ได้อารมณ์ถึงความเป็นจีนขนานแท้ๆ ราคามีตั้งแต่ 100 – 300 หยวน แล้วแต่ช่วงงานเทศกาล เพราะถ้าไปเที่ยวในช่วงนั้นค่าห้องจะทวีราคาเพิ่มขึ้นจาก 100 เป็น 500 หยวนก็เป็นได้ ภูเขาหิมะมังกรหยก ภูเขาสูงที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปีจึงไม่ต้องเอ่ยถึงความสวยงามว่าจะสวยงามมากแค่ไหน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาทั้งวันเข้าเที่ยวชมทัศนียภาพอันงดงามไม่ว่าจะเป็น สระมรกต นั่งกระเช้าชมวิวทิวทัศน์และธรรมชาติบนความสูงเหนือน้ำทะเลถึง 4,506 เมตร ที่สำคัญยังเข้าชมการแสดงในพื้นที่อุทยานชุด Lijiang Expression มีเปิดการแสดงสองรอบด้วยกัน คือ 9.00 และ 11.00 แสดงถึงเรื่องราวบอกเล่าถึงความรักที่มีต่อธรรมชาติ ความสามัคคี และมิตรภาพอันดีงาม ใช้เวลาแต่ละรอบประมาณ […]

ท่องเที่ยวอุทยานตะรุเตาแวะเล่นน้ำเกาะหลีเป๊ะ

‘ตะรุเตา’ เป็นอุทยานแห่งชาติของไทย ซึ่งตั้งอยู่ในน่านน้ำอันดามัน จัดอยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสตูล จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพราะเป็นศูนย์รวมความงดงามจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะทั้งภูมิศาสตร์บนเกาะ และในน้ำ บนเกาะป่ามีอันอุดมสมบูรณ์ เขียวขจีน่ารื่นรมย์ เป็นบ้านของสัตว์ป่านานาชนิด ส่วนในน้ำก็เป็นความงดงามอีกหนึ่งรูปแบบซึ่งเต็มไปด้วยกลุ่มปะการังอันทรงคุณค่ามีหลากสีสวยสด ราวกับเป็นภาพวาดแห่งจินตนาการ อุทยานตะรุ ประกอบไปด้วยเกาะทั้งเล็กและใหญ่ทั้งหมด 51 เกาะ อีกทั้งยังมีพื้นที่ทั้งบนเกาะและทะเลประมาณ 1,490 ตารางกิโลเมตร ส่วนเกาะขนาดใหญ่โดยรอบมีทั้งหมด 7 เกาะ ได้แก่ เกาะตะรุเตา , เกาะอาดัง , เกาะราวี , เกาะหลีเป๊ะ, เกาะกลาง , เกาะบาตวง , เกาะบิสสี ถ้าคุณอยากทราบว่าสถานที่แห่งนี้มีความงดงามมากมายขนาดไหน ก็งดงามจนได้รับการยกย่องจากองค์การ UNESCO ให้เป็นมรดกแห่งAsian เลยทีเดียว ภายในพื้นที่ของอุทยานฯ ประกอบไปด้วยจุดชมทิวทัศน์ผาโต๊ะบู บริเวณด้านบนมีศาลาให้เล่นพร้อมชมวิวอ่าวหลายแห่ง แต่ที่อยากแนะนำคืออ่าวสน โดยอ่าวนี้อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 8 กิโลเมตร เป็นแหล่งวางไข่ของเต่าทะเล เกาะตะรุเตา เป็นเกาะท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เพราะฉะนั้นจึงมีบ้านพักให้เลือกสรร มากมายหลากรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักเดี่ยว […]

หน้าหนาวนี้ไปเที่ยวเขาค้อกันดีกว่า

เมื่อพูดถึงหน้าหนาว ก็ต้องออกไปรับลมเย็นๆกันให้ชื่นใจ ! และหนึ่งในเขาซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวในปัจจุบันนี้มากก็คือ ‘เขาค้อ’  แห่งจังหวัดเพชรบูรณ์นั่นเอง โดยคุณจะได้ไปสูดอากาศบริสุทธิ์อันแสนสดชื่นอย่างเต็มปอด อีกทั้งยังได้รับชมดอกไม้แสนสวนซึ่งผลิดอกบานสะพรั่ง นอกจากนี้ยังได้ชมหมอกพร้อมจิบกาแฟอันหอมกรุ่นช่วยทำให้จิตใจผ่อนคลายอีกด้วยค่ะ การเดินทางไปยังเขาค้อสามารถขับรถไปได้ง่ายๆ โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 – 5 ชั่วโมง และสถานที่ท่องเที่ยวภายในเขาค้อนั้นก็มีมากมายหลากหลายแห่ง ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ , วัดวาอารามอันน่าเกรงขามซึ่งแอบซ่อนตัวอยู่ในป่าเขาอันเขียวขจี รวมทั้งร้านกาแฟน่ารักน่านั่ง จุดชมวิว เขาตะเคียน​โง๊ะ หนึ่งในจุดเด่นของเขาค้อซึ่งมาแล้วห้ามพลาด เพราะจุดชมวิว เขาตะเคียนโง๊ะ เป็นจุดชมวิวสวยที่สุดของเขาค้อ โดยควรมาตั้งแต่เวลาเช้าตรู่ เพื่อจะได้เห็นภาพของดวงอาทิตย์สีส้มกลมโต ค่อยๆผุดตัวขึ้นมาท่ามกลางสายหมอกอันกว้างใหญ่ พร้อมสาดส่องสีสวยงาม ไม่อาจหาชมได้ในกรุงเทพ ทั้งสี ชมพู , ส้ม , เหลือง ความงามอันเกิดจากพลังของธรรมชาติโดยแท้จริง แสงเคล้าคลอไปกับทะเลหมอกลอยต่ำ แย้มให้เห็นต้นไม้ใบใหญ่เขียวสด และยังสามารถมองเห็น เขาปู่ – เขาย่า ซึ่งเป็นภูเขารูปทรงคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิ ที่ประเทศญี่ปุ่นมีความ สวยงามมากเช่นเดียวกัน เสียค่าบำรุงคนละ 10 บาท เปิดทุกวัน ทุ่งกันหันลม เป็นอีกหนึ่งจุดที่สวยงามของเขาค้อ โดยมีลักษณะเป็นทุ่งกันหันลมขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องจอดรถไว้ข้างนอก […]

เกาะเชจู นิยามใหม่ของการพักผ่อนใกล้ธรรมชาติ

เกาหลีใต้จัดได้ว่าเป็นประเทศที่คนไทยส่วนใหญ่ค่อนข้างนิยมไปท่องเที่ยวกันเป็นอย่างมาก ด้วยความที่นี่คืออีก 1 ประเทศที่มีสภาพอากาศที่คนไทยชอบ ราคาไม่แพง เดินทางไม่ไกล ที่สำคัญหลายคนยังฝันว่าจะได้ไปตามหาดาราในดวงใจกันด้วย เลยทำให้ประเทศแห่งนี้กลายเป็นประเทศที่มีคนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวในแต่ละปีไม่น้อยเลย ซึ่งจริงๆ แล้วสถานที่เที่ยวในประเทศแห่งนี้ก็มีอยู่ด้วยกันมากมายขึ้นอยู่กับว่าใครจะเลือกเดินทางไปท่องเที่ยวยังส่วนใดของประเทศ ซึ่งหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอย่างมากในการเดินทางไปยังประเทศเกาหลีใต้ก็คือ เกาะเชจู เกาะเชจู เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเกาหลีใต้ถือเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดก็ว่าได้ ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งของประเทศ คนที่มาเที่ยวส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกชมความงดงามตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่มีอยู่บนเกาะ เกาะแห่งนี้เกิดขึ้นจากการระเบิดของของปล่องภูเขาไฟนั่นจึงทำให้ธรรมชาติบนเกาะแห่งนี้มีความสวยงามเป็นอย่างมาก อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีก็อยู่ราวๆ 15 องศาเซลเซียส อากาศที่เย็นสบายแบบนี้ทำให้เวลาเดินไปไหนมาไหนบนเกาะก็ไม่รู้สึกร้อน สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะเชจูเองก็มีอยู่ด้วยกันมากมาย อาทิ อุทยานแห่งชาติภูขาฮัลลาซาน เป็นจุดที่มียอดเขาสูงที่สุดของเกาะ มีเส้นทางสำหรับการศึกษาธรรมชาติที่งดงาม ใครที่ชอบเดินป่าหรือปีนเขาต้องหลงรักสถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน มีทะเลติดชายหาดที่สวยงาม, ปากปล่องภูเขาไฟซานกึมบูริ เป็นปากปล่องที่เราสามารถเยี่ยมชมได้จากมุมองด้านบน ขนาดเส้นรอบวงสูงราว 2 เมตร มีต้นไม้หลากหลายนานานชนิดที่เกิดขึ้นมาให้ได้ศึกษา ส่วนบริเวณใกล้เคียงก็มีเส้นทางไหลของลาวาตั้งแต่ยุคอดีตอีกด้วย, ถ้ำมานจังกุล เป็นถ้ำอันเกิดจากลาวาภูเขาไฟมีความยาวไกลสุดถึง 13.4 กิโลเมตร เป็นเขตมรดกโลกที่มีความเชื่อกันว่ามีอายุยาวนานข้ามผ่านกาลเวลาตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์, ยุคน้ำแข็ง, น้ำตกชองบัง เป็นน้ำตกที่มีความเชื่อว่ามังกรอาศัยอยู่ ส่วนน้ำที่รองมาจากน้ำตกแห่งนี้ก็ว่ากันว่าค่อนข้างมีความศักดิ์สิทธิ์มากพอตัว สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ด้วย ถือว่าเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมากๆ แห่งหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้ นอกจากนี้ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ บนเกาะเชจูให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาท่องเที่ยวกันอีกมากมาย แค่คร่าวๆ สำหรับความงดงามเบื้องต้นที่ได้กล่าวไปก็น่าจะเพียงพอในการดึงดูดให้รู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องลองไปสักครั้ง

เอเวอเรสต์ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของนักปีนผ่าทั่วโลก

สถานที่ท่องเทียวแห่งหนึ่งที่ได้ชื่อว่ามีความท้าทายต่อนักท่องเที่ยวทุกคนมากที่สุดคงหนีไม่พ้นการได้มีโอกาสไปสัมผัสกับภูเขาเอเวอร์เรสต์ ภูเขาที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในโลก เปรียบได้กับหลังคาของโลกที่หากจะว่ากันตามความเป็นจริงมันคงเป็นเรื่องยากที่คนธรรมดาทั่วไปจะมีโอกาสได้ปีนเขาขึ้นไปอยู่บนจุดที่สูงที่สุดในโลก แต่การที่ได้มีโอกาสไปสัมผัสใกล้ๆ อย่างการไปอยู่ในบริเวณที่ถูกเรียกว่า Everest Based Camp ก็ถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่มีความงดงามไม่แพ้กันเลย จุดคลายแม็กซ์ของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้มันไม่ได้อยู่ที่ว่าวิวทิวทัศน์อันสวยงามที่ได้มองเห็นยอดเขาเอเวอร์เรสต์ แต่ความสุดยอดของมันเริ่มต้นตั้งแต่การเดินทางเลยด้วยซ้ำ สำหรับคนที่ต้องการความรู้สึกอยากเห็นยอดเขาเอเวอร์เรสต์ด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิตแบบชิดใกล้สุดๆ แต่ไม่มีความสามารถมากพอที่จะปีนขึ้นไปได้ ก็คงต้องมาอยู่รวมกันตรงจุดเที่ยวจุดนี้อย่างไม่ต้องสงสัย การเดินทางเริ่มต้นที่กาฐมัณฑุ เมืองหลวงของประเทศเนปาล จากนั้นต้องนั่งเครื่องบินเล็กไปยังเมืองลุคลา เมืองที่เป็นจุดในการขึ้นเขาไปชมความสวยงามของเอเวอร์เรสต์ ซึ่งหลังจากลงเครื่องบินสิ่งเดียวที่เราสามารถทำได้นับจากนี้ก็คือการเดิน เดินเพียงอย่างเดียวเท่านั้นโดยเส้นทางที่เราจะเดินมันเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ตีนเขาเรียกว่า นัมเช บาซาร์ ซึ่งปกติแล้วการเดินผ่านหมู่บ้านแห่งนี้เราจะต้องจ้างชาวเชอร์ปาในการช่วยแบกของให้โดยชาวเชอร์ปาก็คือคนที่อาศัยอยู่ในบริเวณเอเวอร์เรสต์ พวกเขาะมีความสามารถในการขนของหนักๆ หรือเอาวางไว้บนตัวจามรีเพื่อขนขึ้นไปให้กับเราจนถึง Everest Based Camp เมื่อเตรียมตัวกันเรียบร้อยจากสนามบินเวลาโดยเฉลี่ยที่เราเดินจะอยู่ที่ประมาณ 2 วัน เต็มๆ เป็นการเดินขึ้นเขาลัดเลาไปตามเส้นทางที่ได้มีจัดเอาไว้ให้ ระหว่าง 2 ข้างทางก็จะเป็นหมู่บ้านของคนที่อยู่อาศัยรวมถึงธรรมชาติต่างๆ อาทิ แม่น้ำ ต้นไม้ ภูเขา รวมถึงเราจะเห็นขอดเขาเอเวอร์เรสต์อยู่ลิบๆ ตาออกไปด้วย นับว่าเป็นภาพที่ต้องเก็บบันทึกเอาไว้เป็นอย่างมาก หลังจากที่เดินกันมาแสนยากลำบากความเหนื่อยทั้งหมดจะถูกกองเอาไว้ตรงก้อนหิมะก้อนใสก้อนหนึ่งบน Everest Based Camp เพราะความงดงามที่ได้รับมันไม่ได้มีแค่ความสวยงามตรงจุดนี้เพียงจุดเดียวอย่างที่บอก แต่มันงดงามตั้งแต่การตัดสินใจเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองในการเดินขึ้นเขามาจนถึงจุดนี้ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่หากใครมีโอกาสต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิตให้ได้

ส่งต่อความสุขกับบรรยากาศทะเลของระนองที่อุทยานแห่งชาติแหลมสน

มีโอกาสลงใต้ทั้งที่วันนี้ผมเลยจะพาไปเที่ยวทะเลสวยๆของภาคใต้กันดูบางสำหรับคนที่ต้องการเดินทางไประนองเดียวนี้มีสองทางเลือกคือ รอทัวร์ กับ เครื่องบิน ซึ่งราคาก็ไม่ต่างกันสักเท่าไร รถทัวร์เดียวนี้เค้าไม่ได้ธรรมดาๆแล้วนะเป็นที่นั่งเบาะอย่างดีมีที่นวดมีแจกข้าวขนมบางทัวร์พาแวะกินข้าว เพราะว่านั่งยาวหลายชั่วโมง  เมื่อเดินทางไปถึงสิ่งแรกที่รู้สึกได้แต่มันเงียบสงบมากไม่ค่อยมีคนถ้าอยู่ กรุงเทพวุ่นวายๆมาเจอที่ระนองบอกเลยว่าคนละเรื่อง ยิ่งจุดหลายที่เราจะไป คือ อุทยานแห่งชาติแหลมสนเป็นสถานที่สำหรับพักใจได้จริงกับความสวยงามของหาดทรายขาว น้ำทะเลใสจนเห็นพื้นทรายใต้น้ำ บรรยากาศโดยรอบเหมือนกับเราหลุดมาอยู่เกาะร้างยังไงยังงัน เพราะไม่ค่อยมีคนสักเท่าไร ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดีสำหรับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว จุดเด่นของเกาะแห่งนี้คือเป็นทะเลชายหาดฝั่งอันดามันอำเภทกะเปอร์ มีทั้งส่วนที่เป็นพื้นที่ป่า และส่วนที่เป็นพื้นที่ชาดหาด ยังมีอีกหลายๆเกาใกล้เคียง ซึ่งมีจุดที่สามารถดำน้ำดูปะการังได้อยู่หลายจุดมาก โดยเกาะที่ขึ้นชื่อที่สุด คือ เกาะกำ เป็นชายหาดที่มีความขาวบริสุทธิ์อยู่รอบเกาะสลับกับโขดหิน โดยเกาะนี้ถ้าอยากจะไปจำเป็นต้องนั่งรถออกมาประมาน ชั่วโมง ที่จังหวัดระนองนี้ต้องบอกว่าเป็นจังหวัดที่น่าอยู่มากไม่มีรถติดไม่มีการแย่งชิงหรือความวุ่นวายเหมือนในตัวเมือง อีกอย่างหนึ่งที่นี้มีน้ำตกเยอะมากสามารถเข้าไปชมได้โดยอยู่ไม่ไกลกันนัก บ่อยครั้งที่เห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติชอบที่จะมาเที่ยวชมธรรมชาติด้วยการขับขี่จักรยาน ส่วนมากสองข้างทางก็จะมีต้นไม้ขึ้นร่มรื่นจึงไม่แปลกที่จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยจักรยาน  

ท่องเที่ยวเวียดนาม 4 วัน 3 คืน อันแสนประหยัด

ประเทศเวียดนามนับได้ว่าเป็นอีกประเทศที่อยู่ในกลุ่มอาเซียน ถือว่าเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจในหลายๆ ด้านอยู่ไม่น้อย และเป็นประเทศที่คนไทยหลายคนเองต่างก็อยากมีโอกาสได้ไปสัมผัสกับความสวยงาม วัฒนธรรม ประเพณี และชีวิตการเป็นอยู่ของคนประเทศนี้อย่างมาก ด้วยความที่เป็นประเทศที่อยู่ค่อนข้างประเทศไทยใช้เวลาในการเดินทางโดยเครื่องบินประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ เท่านั้น นั่นจึงเป็นโอกาสดีที่เราสามารถท่องเที่ยวได้หลายวัน และนี่จะเป็นทริป 4 วัน 3 คืน แบบประหยัดที่ทุกคนก็สามารถท่องเที่ยวได้ ในวงเล็บว่าอาจจะเปลี่ยนแปลงเองได้ตามอัธยาศัย โดยทริปนี้เลือกให้เป็นการท่องเที่ยวเวียดนามใต้ วันที่ 1 – ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สักช่วงเช้าตรู่เพื่อจะได้ไปถึงเวียดนามในช่วงสายๆ พร้อมในการเดินทางท่องเที่ยววันแรก เมื่อเดินทางมายังเมืองโฮจิมินห์ ก็ต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ และเมื่อผ่านพ้นตรงนั้นเป็นที่เรียบร้อยสถานที่แรกที่แนะนำคือ พิพิธภัณฑ์สงคราม เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงการประกาศอิสรภาพและการรวมชาติของเวียดนาม จากนั้นอาจจะพักทานอาหารกลางวันและเดินทางต่อไปยังเมืองดาลัท ใช้เวลาเดินทางราว 6 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งเมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ค่อนข้างมีความเงียบสงบเป็นอย่างมาก ห้องล้อมไปด้วยภูเขา ทะเลสาบ อันสวยงามมีอุณหภูมิเฉลี่ยแค่ 15-25 องศา เท่านั้น โดยเมื่อมาถึงที่นี่ในช่วงค่ำก็ให้เช็คอินกับโรงแรมที่จองไว้ และเดินเล่นที่ตลาดกลางคืนดาลัทสักหน่อยก่อนเข้านอน วันที่ 2 – เริ่มต้นด้วยการมบ้าน Crazy House จากนั้นก็แนะนำให้ไปยังพระราชวังฤดูร้อนของจักรพรรดิเบ๋าได่ ถือเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายของประเทศเวียดนาม หลังจากนั้นก็ให้ไปขึ้นกระเช้าชมเมืองดาลัทซึ่งเป็นกระเช้าไฟฟ้าและขึ้นไปยังวัดตั๊กลัม […]

แวะบางปูดูนกนางนวลแล้วทานอาหารทะเล

หากใครที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ แล้วยังไม่รู้ว่าในช่วงสุดสัปดาห์อยากจะไปสัมผัสบรรยากาศแบบชิลล์พร้อมทานอาหารทะเลอร่อยๆ ได้จากที่ไหน ทั้งนี้มีข้อแม้อยู่ว่าไม่ต้องการที่จะขับรถไปไกลมากๆ ตามจังหวัดที่ติดทะเล สถานที่นี้มีอยู่จริงและติดกับกรุงเทพฯ เลยด้วยซ้ำ นั่นคือ บางปู หรือที่คนส่วนใหญ่มักจะเรียกกันติดปากว่า สถานตากอากาศบางปู ถือว่าเป็นสถานที่ที่คุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติกและในช่วงหน้าหนาวคุณยังจะได้พบกับความสวยงามของเหล่าบรรดานกนางนวลที่มาบินอวดหุ่นสวยๆ ให้ได้เห็นกันแบบเต็มตา สถานตากอากาศบางปู นั้นตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยคนที่มีโอกาสได้มาสัมผัสกับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือสถานที่ใกล้กรุงเทพฯ ที่ให้บรรยากาศดีมากๆ ยิ่งถ้าบรรยากาศจะฟินไปมากกว่านี้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน – เมษายน ของทุกๆ ปีจะมีฝูงนกนางนวลที่บินอพยพหนีหนาวมาจากแถบทิเบต มองโกเลีย และไซบีเรีย มาอาศัยหาอาหารกินอยู่บริเวณบางปูแห่งนี้ นั่นจึงทำให้บรรยากาศในช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้พบกับความสนุกสนานในการชมนกนางนวล รวมไปถึงการให้อาหารนกนางนวลด้วย โดยเมื่อเข้ามาในสถานตากอากาศบางปูแห่งนี้ก็จะต้องเห็นสะพานสุขตา ซึ่งเป็นสะพานปูนขนาดใหญ่ทอดยาวไปเพื่อให้ผู้คนที่มาพักผ่อนได้เดินแบบสบายๆ รับอากาศเย็นๆ พร้อมทั้งดูความสวยงามของป่าชายเลนและนกที่บินวนไปเวียนมา หรือหากต้องการให้อาหารนกเหล่านี้ริมทางก็จะมีขายอาหารนกให้ได้เอาไว้ป้อนพวกมันอีกด้วย เมื่อดื่มด่ำกับความสวยงามและความสนุกสนานเหล่านี้จนหนำใจแล้วก็ได้เวลาที่ท้องกำลังเรียกหาอาหารอร่อยๆ ให้ตกลงไปเสียที เพราะเมื่อเดนิจนสุดสะพานสุขตาก็จะพบกับ ศาลาสุขใจ ศาลาที่รวบรวมความอร่อยของอาหารทะเลไว้ด้านในให้ทุกท่านได้ลองลิ้มชิมรสกันอย่างจุใจ ซึ่งถือเป็นร้านอาหารที่อยู่คู่กับสถานตากอากาศบางปูมาอย่างยาวนาน คล้ายๆ กับว่ามันเป็นจุดเด่นของสถานตากอากาศบางปูว่าเมื่อมาถึงที่นี่ก็ต้องทานอาหารที่ ศาลาสุขใจ โดยเมนูอาหารขึ้นชื่อของที่นี่ก็มีอยู่ด้วยกันมากมาย อาทิ ปลากะพงทอดน้ำปลา, โป๊ะแตก, ปูผัดผงกะหรี่, ทอดมันกุ้ง, ยำหอยแครง, ปูทะเลไข่นึ่ง, แกงส้มกุ้งใบชะคราม และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย โดยบรรยากาศในร้านมีให้เลือกทั้งนั่งห้องแอร์หรือจะนั่งชมธรรมชาติด้านนอกก็ได้เช่นเดียวกัน เรียกว่าอิ่มทั้งกายอิ่มทั้งใจอย่างแท้จริงสำหรับการมาเที่ยวบางปู

สนุกที่หัวหินพร้อมรับประสบการณ์ใหม่ๆ

ถ้าพูดถึงหิวหินก็ต้องนึกน้ำทะเลสวยหาดทราบขาว ผมเองก็โชคดีพอดีที่บริษัทของผมได้จัดสัมมนาที่หัวหินเดินทางด้วยด้วยรถตู้ไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงหัวหิน เมื่อไปถึงครั้งแรกก็รู้สึกแปลกใจว่าคนที่นี้เค้าเดินทางกันยังไงสำหรับคนที่มีรถเพราะที่หัวหินต้องบอกเลยถ้าไม่มีรถลำบากมากเวลาจะไปไหนมาไหนเพราะไม่ได้มีรถเมล์เหมือน กทม.ตอนผมไปนะเวลาจะไปไหนเรียกมอเตอร์ไซค์แล้วก็ไม่ได้มีทุกที่นะหายากด้วยแล้วไม่ได้มีที่หน้าที่พักของผมต้องเดินๆไปเรียกแต่ก็เป็นประสบการณ์ที่สนุกดี  เมื่อไปถึงที่หมายเจอกับอากาสดีๆน้ำทะเลสวยๆทุกอย่างก็หายไปหมด และผมก็ได้เดินทางไปถึงสถานที่ เข้าหินเหล็กไฟ ที่ตั้งอยู่ห่างไปจากหิวหิน 3 กิโลจากทิศตะวันตกเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากที่หนึ่งเลย เป็นสถานที่เดียวที่มีจุดชมวิวหลายจุดสำหรับคนที่ชอบดูพระอาทิตย์ตกที่นี้จะเป็นจุดชมที่สวยมาก อีกทั้งยังมีการนำสิ้นค้าพื้นเมืองมาขายเป็นที่ระลึกร้านอาหาร สวนนกอีกด้วย และวันนี้ก็จบลงของการเที่ยวหัวหินวันแรก วันต่อมาก็เตรียมตัวเดินทางไปเขาตะเกียบ ใช้เวลาเดินทางไม่ไกลมากนักก็ถึง เมื่อมาถึงสถานที่นี้เมื่อมาถึงสถานที่นี้ก็จะรู้ทันที่ว่าถึงแล้วเพราะจะเห็นว่าเป็นเข้าสองลูกใหญ่ๆคนแถวนี้เรียกว่า เขาตะเกียบกับเข้าไกรลาส สำหรับเขาตะเกียบมีวัดตั้งอยู่สถานที่ตั้งนี้ถูกสร้างให้ยื่นออกไปในทะเล และยังมีรูปปั่นแม่กวนอิมตั้งอยู่ด้วยเป็นอีหนึ่งสถานที่ที่มุจุดชมวิวทีผมคิดว่าสวยไม่แพ้ที่อื่นเพราะจะสามารถเห็นบรรยากาศโดยรอบของหัวหินได้เมื่อมาถึงจุดสูงสุดก็นั่งคุยกับเพื่อนสบายๆได้บรรยากาศมากนั่งคุยไปคุยมาเพื่อนก็พูดถึงเรื่องแทงบอลที่กำลังได้รับความนิยม ซึ่งตัวผมเองเป็นคนที่ไม่เล่นแทงบอลเท่าไรเพื่อนจึงให้เว็บไซต์แทงบอลออนไลน์ให้ผมลองเล่นดู

เที่ยวตลาดน้ำอัมพวาแล้วดูหิ่งห้อยยามค่ำคืน

หากพูดถึงตลาดน้ำที่มีชื่อเสียงและโด่งดังที่สุดในประเทศไทย ถือได้ว่าเป็นตลาดน้ำลำดับต้นๆ ที่ก่อกำเนิดขึ้นมาและมีคนนิยมไปท่องเที่ยวกันมากที่สุดก็คงต้องนึกถึง ตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำชื่อดังที่อยู่คู่เมืองแม่กลอง สมุทรสงคราม มาอย่างยาวนาน ถือว่าเป็นตลาดน้ำที่มีกิจกรรมค่อนข้างหลากหลาย ทั้งการเดินช็อปปิ้งหาของกิน หาของฝาก การล่องเรื่อไหว้พระ การล่องเรื่อเพื่อชมวิถีชีวิตของชาวบ้านในบริเวณตลาดน้ำ การพักโฮมสเตย์ที่อยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง และอีกกิจกรรมที่ต้องถือว่าเป็นไฮไลท์อย่างมากในการมาเที่ยวตลาดน้ำอัมพวาก็คือ การล่องเรือดูหิ่งห้อยในยามค่ำคืน ตลาดน้ำอัมพวาค่อนข้างขึ้นชื่ออย่างมากในเรื่องของกิจกรรมการล่องเรือชมหิ่งห้อย เนื่องจากในช่วงเวลากลางคืนนั้นเวลาที่ล่องเรือไปตามแม่น้ำหรือคลองจะพบเห็นหิ่งห้อยส่องแสงสว่างสวยงามอยู่ตามทางไม่มีขาด ถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติได้สร้างขึ้นมาให้กับโลกมนุษย์อย่างแท้จริง ปกติแล้วหากต้องการที่จะดูหิ่งห้อยมักจะต้องรอในช่วงหน้าฝน ในช่วงเดือนพฤษภาคม – ตุลาคม การเลือกชมนั้นส่วนมากแล้วจะเลือกชมในช่วงข้างแรมหรือในคืนเดือนมืด เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นแสงจากพระจันทร์จะส่องลงมายังพื้นดินค่อนข้างน้อย พอเป็นเช่นนั้นแล้วก็จะทำให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสได้เห็นแสงของหิ่งห้อยชัดเจนขึ้นด้วยนั่นเอง อีกเรื่องที่มีความสำคัญในการชมหิ่งห้อยอย่างมากก็คือ ควรเลือกล่องเรือชมในช่วงน้ำขึ้น เหตุเพราะจังหวัดสมุทรสงครามเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้กับทะเล นั่นจะทำให้แม่น้ำมีปรากฏการณ์น้ำขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา และหากเป็นช่วงเวลาที่น้ำขึ้นนั้นเรือที่ล่องไปก็มีโอกาสที่จะเข้าไปใกล้กับต้นลำพูมากที่สุด ซึ่งต้นลำพูที่ว่านี้เป็นที่อยู่ของกลุ่มหิ่งห้อยซึ่งจะทำให้มีโอกาสเห็นหิ่งห้อยได้เยอะและสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้พบเห็นเป็นอย่างมาก ถือว่าเป็นเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่ทุกคนสามารถนำไปใช้ได้ สิ่งสำคัญอีกอย่างในการที่จะชมหิ่งห้อยที่ตลาดน้ำอัมพวาให้ชัดเจนที่สุดก็คือ พยายามอย่าส่งเสียงดัง ไม่จับ ไม่พยายามสัมผัสตัวกับหิ่งห้อย หรือเอาง่ายๆ ว่าอย่ารบกวนการใช้ชีวิตของหิ่งห้อยจะเป็นการดีที่สุด เพราะหากทำแบบนั้นบ่อยๆ หิ่งห้อยก็อาจจะไม่มาอยู่หรืออาจจะค่อยๆ หายไป ทำให้นักท่องเที่ยวรุ่นหลังๆ อาจจะไม่ได้สัมผัสกับความสวยงามจากธรรมชาติแบบนี้อีก หากต้องการที่จะล่องเรือดูหิ่งห้อยนั้นสามารถที่จะติดต่อเรือในตลาดน้ำอัมพวาได้เลย เรื่องราคานั้นก็สามารถที่จะพูดคุยต่อรองกันได้ตามความเหมาะสม รับรองว่าคุณจะได้สัมผัสความสวยงามตามธรรมชาติอย่างแน่นอน