เปิดประสบการณ์ไป faroe islands เที่ยวเองไม่ง้อใคร

หลายท่านคงเคยประสบปัญหาที่ว่านัดเพื่อนไม่ได้ วันว่างไม่ตรงกัน พอไม่มีเพื่อนไปก็กลายเป็นว่าทริปล่มไปซะอย่างนั้น ทำให้หลายคนไม่ได้เดินทางไปท่องเที่ยวตามที่ตนเองต้องการ หลายท่านคงรู้สึกหงุดหงิดใจไม่น้อย ยิ่งเป็นการไปเที่ยวเองที่ต่างประเทศแล้วล่ะก็ คงจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากเลยทีเดียว แต่ปัญหากวนใจเหล่านั้นจะหมดไปเมื่อบทความท่องเที่ยวของเราจะพาทุกท่านมารู้จักกับการเปิดประสบการณ์พาทุกท่านไปยังดินแดนที่แสนจะสงบเงียบไปกับการเที่ยวต่างประเทศไปยังเกาะ faroe islands แบบฉบับไปง่ายสบายกระเป๋าแบบไม่ต้องง้อใครเลย ซึ่งสถานที่นี้จะน่าสนใจและเหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวอย่างไร บทความของเราจะพาทุกท่านมาเจาะลึกให้ท่านสามารถเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวได้อย่างมีความสุขและถ้าทุกท่านพร้อมแล้วเรามาเริ่มรู้จักเกาะ faroe islands ไปพร้อมกันเลย หมู่เกาะ faroe islands เป็นหนึ่งในหมู่เกาะของประเทศเดนมาร์ก ที่มาของชื่อเกาะนี้ก็มีที่มามาจากคำท้องถิ่นที่แปลว่าเกาะแห่งเกาะ เป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในกลุ่มทวีปยุโรป ซึ่งถือเป็นอีกสถานที่เที่ยวอีกที่หนึ่งที่มีความสงบสุขเนื่องจากมีประชากรอยู่ไม่ถึง 50,000 คนเท่านั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออกไปเปิดโลกแสวงหาความสุขทางชีวิตที่นี่ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีเลยทีเดียว เมื่อรู้จักสถานที่นี้กันดีพอสมควรแล้วหลายคนก็เริ่มสงสัยว่าเราจะเดินทางไปยังสถานที่นี้ยังไง สามารถไปได้โดยง่ายไหม ต้องบอกก่อนเลยว่าการเดินทางไปยังหมู่เกาะแห่งนี้ก็ค่อนข้างไปได้จำกัด เพราะสามารถไปได้เพียงการโดยสารเครื่องบินและทางเรือเท่านั้น และการเดินทางก็จะมีช่วงของการเข้าไปแค่เพียงบางช่วงฤดูเท่านั้น ซึ่งทางที่สะดวกที่สุดก็ต้องเดินทางไปยังแถบทวีปยุโรปและนั่งเครื่องบินหรือต่อเรือต่อมายังเกาะแห่งนี้ แต่ด้วยความจำกัดช่องทางการเดินทางนั่นทำให้การเดินทางมายังหมู่แห่งนี้มีความคุ้มค่าที่จะมาลองเที่ยวกันสักครั้งหนึ่ง ซึ่งเมื่อเดินทางมายังเกาะแล้วก็จะได้พบกับธรรมชาติที่แสนงดงามเนื่องจากด้วยความที่เป็นหมู่เกาะจึงทำคงอยู่ถึงธรรมชาติที่หลากหลายทั้งทางน้ำและทางบก นอกจากความสวยงามทางธรมชาติแล้วก็ยังมีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตและสัตว์นานาชนิด และอาหารยอดฮิตของที่นี่ก็คือวาฬที่นี่ก็จะมีเทศกาลเป็นเทศกาลของการล่าวาฬซึ่งอาจจะดูน่ากลัวแต่ก็เป็นประเพณีที่ทำต่อกันมานานที่เป็นที่ยอมรับของคนที่ท้องที่ ซึ่งจุดเด่นของที่นี่ก็คือน้ำตกที่สูงมากและหมู่บ้านสไตล์คันทรี่ตลอดแนวภูผามากมาย เหมาะแก่การเดินทางมาท่องเที่ยวมาธรรมชาติจริง ๆ

เที่ยวชมธรรมชาติที่ lofoten islands ประเทศนอร์เวย์

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติเพื่อไปสัมผัสกับบรรยากาศที่พร้อมรับกับสายลม แสงแดด ต้นไม้ป่าเขาและบรรยากาศที่สงบสุข ต่างก็มองหาสถานที่ท่องเที่ยวสักแห่งที่ถูกใจและตอบโจทย์เรื่องนี้ได้และวันนี้บทความของเราก็ขอมาแนะนำให้ท่านได้รู้จักกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในต่างแดนที่ประเทศแถบทวีปยุโรป อย่างประเทศนอร์เวย์ ว่าความน่าสนใจของสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างไร และความเป็นมาอย่างไร ถ้าพร้อมแล้วเราจะมาทำความรู้จัก lofoten islandsไปพร้อม ๆ กันเลย ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า lofoten islands ตั้งอยู่ที่ไหนยังไง lofoten เป็นหมู่เกาะที่อยู่ตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ ด้วยความที่เป็นเกาะในช่วงที่นักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวกันเยอะบนเกาะก็มักจะจัดกิจกรรมเพื่อเอาใจนักท่องเที่ยวในเชิงธรรมชาติ อย่างการพายเรือตกปลา พายเรือผจญภัย ปีนเขาดูปลาวาฬ และความพิเศษของการเดินทางมาเที่ยวที่ประเทศนอร์เวย์นั่นก็ยังมีความพิเศษอีกอย่างหนึ่งที่เป็นฉายาของประเทศนอร์เวย์นั่นก็คือการมีพระอาทิตย์เที่ยงคืนนั่นเอง ซึ่งในจุดนี้ก็ทำให้พระอาทิตย์ไม่ลับขอบฟ้าเลย เหมาะแก่การท่องเที่ยวชอบธรรมชาติเป็นอย่างมาก นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังนิยมขับรถท่องเที่ยวชมธรรมชาติทั่วเกาะอีกด้วย และการท่องเที่ยวที่หมู่เกาะแห่งนี้ความแตกต่างจากการท่องเที่ยวอื่นๆ ก็คือการเดินทางมายังหมู่เกาะแห่งนี้ในแต่ละช่วงก็จะได้รับความประทับใจและความสวยงามที่แตกต่างกัน หากเดินทางมาท่องเที่ยวยังหมู่เกาะ lofoten islands ช่วงที่เป็นหิมะท่านก็จะได้สัมผัสกับธรรมชาติในอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นการเดินทางมาในช่วงหิมะตกก็ไม่ทำให้อากาศหนาวเย็นจนเกินไป เนื่องจากหมู่เกาะมีธารน้ำร้อน และด้วยความที่หมู่เกาะแห่งนี้มีภูเขาอยู่เป็นจำนวนมาก ก็จะได้รับชมความงดงามที่ธรรมชาติสรรสร้างขึ้นมา นอกจากนี้ก็ยังมีจุดชมวิวที่เป็นวิวภูเขาที่น่าสนใจมากมายที่สามารถเห็นแสงเหนือที่งดงามที่นอร์เวย์ก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่สามารถรับชมแสงเหนือได้ มาถึงจุดนี้หลายคนก็เริ่มอยากเดินทางมายังที่แห่งนี้กันแล้วก็คงจะสงสัยว่าการเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้สามารถทำได้ด้วยอะไรบ้าง การเดินทางก็สามารถทำได้ด้วยการขับรถแต่ก็เป็นวิธีที่ต้องใช้ระยะเวลาหลายวันมาก แต่ถึงอย่างไรก็คุ้มที่จะเดินทางเพื่อแลกกับวิวที่สวยงามระหว่างการเดินทาง และนอกจากนี้ก็ยังสามารถเลือกใช้วิธีการเดินทางโดยการใช้เครื่องบิน ท้ายที่สุดนี้ก็อยากจะเชิญชวนกลุ่มนักท่องเที่ยวที่หลงรักที่จะออกไปรับประสบการณ์ที่ธรรมชาติสามารถมอบให้ท่านได้ที่หมู่เกาะ lofoten islands ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว

เที่ยวประเทศภูฏานดินแดนแห่งพุทธ

‘ประเทศภูฏาน’ เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความสวยงาม เป็นดินแดนซึ่งตั้งอยู่ระหว่างประเทศอินเดีย , จีน และเทือกเขาหิมาลัย เต็มไปด้วยวิวทิวทัศน์อันหลากหลาย โดยเริ่มตั้งแต่ภูเขาสูงจวบไปจนถึงทุ่งกว้างไกล สุดลูกหูลูกตาจึงทำให้ภูฏาน กลายเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายซึ่งทำให้นักเดินทางสนใจ มีสถานที่สำคัญๆต่างๆมากมาย เช่น วัดทางพุทธศาสนาที่ก่อสร้างได้อย่างมีเอกลักษณ์และเต็มไปด้วยความสักสิทธิ์ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางธรรมชาติอันสงบเงียบ ซึ่งมันจะทำให้คุณได้สัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง Taktshang monastery (Tiger’s Nest Monastery) Taktshang หรือ Tiger Nest เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธ์สำคัญแห่งประเทศภูฏาน อีกทั้งยังเป็น Land Mark สำคัญของประเทศ วัดแห่งนี้ได้รับความเคารพนับถือจากชาวพุทธ อันมาจากประเทศใกล้เคียง เดินทางมาปฏิบัติธรรมพร้อมปฏิบัติศาสนกิจด้วยความเคร่งครัด นอกจากนี้ Taktshang ยังมีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรม เต็มไปด้วยความโดดเด่นแปลกตา จึงทำให้วัดแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็น Unseen of Bhutan วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 8 และสามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ด้วยการปีนเขาอันแสนยากลำบากเท่านั้น ซึ่งเป็นวัดอีกแห่งหนึ่งมีวิวสวยที่สุดในโลก จากยอดบนคุณสามารถมองลงไปเห็นหุบเขา Paro อันสวยงดงาม Statue of Buddha Dordenma องค์พระพุทธรูป Dordenma ที่มีความสวยงาม และเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม […]

เที่ยว Dachstein stairway – Austria ชมความสวยงามของเทือกเขา Alps ประเทศออสเตรีย

‘Dachstein Stairway to Nothingness’ คือ สะพานวัดใจ ซึ่งมีความสูงที่สุดในประเทศออสเตรีย มีความยาว 100 เมตร ตั้งอยู่บนความสูง 396 เมตร เมื่อคุณเดินไปจนสุดทางคุณก็จะพบกับทางเดินลงบันได เมื่อลงไปและเดินไปเรื่อยๆ คุณก็จะเจอกับจุดชมวิวซึ่งถูกกั้นล้อมรอบด้วยกระจกใสสามารถรับชมวิวเบื้องล่างและรับชมความใหญ่โตของเทือกเขา Alps ได้อย่างชัดเจน วิวเหล่านี้มีความสวยงามก็จริง หากแต่ก็ต้องแลกมาด้วยความหวาดเสียว มันจึงได้รับการเรียกขานว่า ‘สะพานวัดใจ’ สำหรับคนที่ใดที่ชื่นชอบความหวาดเสียว ต้องการกระตุ้นให้เลือดสูบฉีดไปหล่อเลี้ยงหัวใจเต้นรัวๆ แล้วล่ะก็ เราขอท้าให้คุณไปประลองกับสะพานแขวนอันสุดแสนน่ากลัวนาม ‘Stairway to nothingness’ ณ ประเทศออสเตรีย มันมีฉายาอีกนามหนึ่ง คือ ‘สะพานสู่ความว่างเปล่า’ ‘Stairway to nothingness’ได้รับแนวความคิดและดำเนินการก่อสร้างโดย ‘Dachstein Glacier resort’ Resort ชื่อดังที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาประเทศออสเตรีย โดยสะพานแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นสะพานสูงสุดในประเทศ มีความยาว 100 เมตร มีระดับความสูงกว่า 396 เมตร แขวนอยู่เหนือหุบเขาอันน่าเกรงขาม รับรองว่าตื่นเต้นขาสั่นถึงใจแน่นอน การเดินข้าม ‘สะพานสู่ความว่างเปล่า’ ถึงแม้จะมีระยะทางเพียงแค่ 100 […]

ห้ามพลาด!!! 10 สถานที่ท่องเที่ยวในโอซาก้า

ประเทศญี่ปุ่นจัดได้ว่าเป็นประเทศอันดับต้นๆที่นักท่องเที่ยวนิยมไปท่องเที่ยวมากที่สุด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะธรรมชาติที่สวยงาม สถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และที่สำคัญคือแหล่งช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมที่เหล่าบรรดาสาวๆชื่นชอบนั่นเอง โดยเฉพาะ เมืองโอซาก้า เมืองใหญ่อันดับ 3 ของญี่ปุ่นในแต่ละปีมีผู้คนหลั่งไหลไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนไม่น้อย ฉะนั้นวันนี้เราจึงมี 10 สถานที่ท่องเที่ยวของโอซาก้ามาฝากกันคะ ปราสาทโอซาก้า ใครที่ไปท่องเที่ยวโอซาก้าแล้วไม่ไปเที่ยวยังปราสาทโอซาก้าถือว่ายังไปไม่ถึง ด้วยความสวยงามของตัวปราสาทที่ลงสีทองไว้บางส่วนจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของประเทศ นอกจากนั้นภายในตัวปราสาทเองยังมีการจัดแสดงจำพวกภาพเขียน, เครื่องแต่งตัวสมัยโบราณ หากขึ้นไปบนหอคอยชั้น 8 นักท่องเที่ยวยังมีโอกาสมองเห็นทิวทัศน์รอบเมืองโอซาก้าอย่างน่าตกตะลึงในความสวยงามเชียวล่ะคะ ศาลเจ้าสุมิโยชิไทชะ เป็นอีกหนึ่งศาลเจ้าที่มีความเก่าแก่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่หาดูได้ยาก เช่น เสาค้ำสีแดงของตัวศาล, กำแพงลงรักสีขาว เป็นต้น ถ้าใครแวะไปนมัสการที่ศาลเจ้าแห่งนี้ห้ามพลาดไปเยี่ยมชมความงามของสะพานโค้งสีแดงยามสะท้อนกับสายน้ำจะเห็นเป็นวงกลมพอดี แถมมีความเชื่อที่ว่าใครได้ข้ามสะพานเท่ากับว่าได้ชำระล้างสิ่งไม่ดีออกจากร่างกายอีกด้วย ย่านโดทงโบริ สาวสายช้อปหรือนักเซลฟี่ในตำนาน เมื่อมาถึงโอซาก้าแล้วอย่าลืมแวะไปยืนยกแขนสองข้างแล้วทำท่าวิ่งเลียนแบบหน้าป้ายไฟ Glico man จุดแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองโอซาก้า เสร็จแล้วก็พากันไปเดินช้อปปิ้งต่อเพราะที่นี้มีร้านค้าให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ร้านขายของฝาก เสื้อผ้า เครื่องสำอาง และยังเป็นแหล่งรวมอาหารอร่อยๆๆของเมืองโอซาก้า วัดชิเทนโนจิ เมืองโอซาก้าเป็นเมืองที่มีของเก่าแก่อยู่หลายที่รวมทั้งวัดชิเทนโนจิด้วย ซึ่งวัดถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.593 นับเวลาผ่านมาประมาณ 1,400 ปีมาแล้วผู้ที่ก่อสร้างวัดขึ้นมาคือเจ้าชายโชโทคุ แทบไม่น่าเชื่อว่าวัดแห่งนี้เคยถูกไฟไหม้มาก่อน เพราะหากใครไปเยี่ยมชมจะเห็นถึงความสวยงาม น่าเลื่อมใส เหมือนเพิ่งสร้างมาไม่นาน นั่นเป็นเพราะว่าได้รับการบูรณะให้คงสภาพเดิมอยู่ตลอด บริเวณรอบๆวัดชั้นในมีสวนเจดีย์ 5 ชั้น  และประกอบด้วยห้องสมบัติที่มีการแสดงภาพวาดพระคัมภีร์ […]

ล่องแพ 500 ไร่ ท่ามกลางขุนเขา เขื่อนเชี่ยวหลาน

จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นอีกหนึ่งจังหวัดของเมืองไทยที่มีเสน่ห์งดงามของธรรมชาติและมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามอีกมากมายหนึ่งในนั่นก็คือ “เขาสก เขื่อนเชี่ยวหลาน” หรือชื่อทางการว่า “เขื่อนรัชชประภา” ความสวยงามเป็นที่ประจักษ์จนได้รับการขนานนามว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย”  ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ล้วนแล้วแต่อยากมาสัมผัสกับความงดงามที่ธรรมชาติบรรจงสร้างขึ้นมาให้กับมนุษย ฉะนั้นวันนี้หากใครต้องการไปเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลานเราก็มีที่พักและแพมาแนะนำ เหมาะแก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการที่พักแบบส่วนตัว บรรยากาศสงบ สะอาด ถือว่าเป็นสวรรค์ของการพักผ่อนอย่างแท้จริง โดยที่พักนี้มีชื่อเรียกว่า “แพ 500 ไร่” ความพิเศษของแพ 500 ไร่ก็คือ เป็นแพพักที่เน้นความเป็นส่วนตัว ห่างไกลจากบริเวณอื่น ช่วยให้ไม่มีเสียงเรือรบกวน อีกทั้งได้ถูกออกแบบให้มีทางเดินบริเวณด้านหลังห้องพร้อมกับมีเรือคายัคส่วนตัวประจำห้องพักทุกห้องเพื่อให้ลูกค้าพายเล่นได้ตามความชอบใจ ส่วนในเรื่องความสะดวกสบายนั้นหมดกังวลได้เพราะ แพพักที่นี้มีบริการห้องอาบน้ำและห้องน้ำในตัว ยิ่งถ้าเป็นห้องพักแบบ Villa จะมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเสริมเครื่องเป่าผม เครื่องปรับอากาศ รวมถึงตู้นิรภัยพร้อม เรื่องความสะอาด แพ 500 ไร่ มีระบบการจัดการที่ดี ทั้งเรื่องจัดการน้ำเสีย ระบบขนส่งขยะจากแพไปถึงบนฝั่ง ซึ่งเป็นการใส่ใจในสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวที่เข้าพัก แพ 500 ไร่ สามารถดื่มด่ำกับวิวทิวทัศน์จากภายในห้องพักและบริเวณระเบียงห้อง ยามเช้าตื่นมาสัมผัสกับไอหมอกสูดอากาศบริสุทธิ์ทอดสายตามองได้แบบกว้างสุดสายตา  ส่วนเรื่องความปลอดภัยมั่นใจได้เลยว่าแพพักแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างมั่นคงและแข็งแรงโดยใช้วัสดุที่มีคุณภาพมาก่อสร้าง ประกอบกับพนักงานที่ดูแลแพพักยังได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี มีเสื้อชูชีพที่เพียงพอต่อจำนวนลูกค้าทุกคนที่เข้าพัก สำหรับที่ตั้งของแพ 500 ไร่ จะตั้งอยู่บริเวณจุดศูนย์ศูนย์กลางมีแหล่งท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ถ้ำปะการัง ถ้ำน้ำทะลุ […]

“ลี่เจียง” พิชิตความหนาวบนยอดเขาหิมะมังกรหยก

“เมืองลี่เจียง” เมืองมรดกโลกแห่งนี้เป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่บนขุนเขาทางตอนเหนือของต้าลี่ ที่นี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากว่า 800 ปี ถึงแม้ว่าเมืองลี่เจียงจะเป็นแค่เมืองเล็กๆแต่กลับมีมนต์เสน่ห์อันงดงาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนบธรรมเนียมประเพณี เอกลักษณ์วัฒนธรรมเฉพาะถิ่น เป็นต้น ซึ่งในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปเที่ยว 5 รายการ ที่ห้ามพลาดเด็ดขาดเมื่อไปเที่ยวลี่เจียงกันคะ อาหารพื้นเมือง เป็นสิ่งแรกที่ไปเมืองลี่เจียงแล้วห้ามพลาด คือการชิมบะหมี่เส้นกลม เสี่ยวหลงเป่า มันทอดโรยพริก ซึ่งสามารถหากินได้ระหว่างเดินชมรอบๆเมือง แต่ละอย่างล้วนแล้วแต่อร่อยเด็ดทั้งนั้น ราคาก็ไม่แพงแค่ประมาณ 10 หยวน หาที่พักในเมืองเก่า ที่นี้คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศแบบสไตล์บ้านโบราณทำให้ได้อารมณ์ถึงความเป็นจีนขนานแท้ๆ ราคามีตั้งแต่ 100 – 300 หยวน แล้วแต่ช่วงงานเทศกาล เพราะถ้าไปเที่ยวในช่วงนั้นค่าห้องจะทวีราคาเพิ่มขึ้นจาก 100 เป็น 500 หยวนก็เป็นได้ ภูเขาหิมะมังกรหยก ภูเขาสูงที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปีจึงไม่ต้องเอ่ยถึงความสวยงามว่าจะสวยงามมากแค่ไหน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาทั้งวันเข้าเที่ยวชมทัศนียภาพอันงดงามไม่ว่าจะเป็น สระมรกต นั่งกระเช้าชมวิวทิวทัศน์และธรรมชาติบนความสูงเหนือน้ำทะเลถึง 4,506 เมตร ที่สำคัญยังเข้าชมการแสดงในพื้นที่อุทยานชุด Lijiang Expression มีเปิดการแสดงสองรอบด้วยกัน คือ 9.00 และ 11.00 แสดงถึงเรื่องราวบอกเล่าถึงความรักที่มีต่อธรรมชาติ ความสามัคคี และมิตรภาพอันดีงาม ใช้เวลาแต่ละรอบประมาณ […]

ท่องเที่ยวอุทยานตะรุเตาแวะเล่นน้ำเกาะหลีเป๊ะ

‘ตะรุเตา’ เป็นอุทยานแห่งชาติของไทย ซึ่งตั้งอยู่ในน่านน้ำอันดามัน จัดอยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสตูล จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพราะเป็นศูนย์รวมความงดงามจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะทั้งภูมิศาสตร์บนเกาะ และในน้ำ บนเกาะป่ามีอันอุดมสมบูรณ์ เขียวขจีน่ารื่นรมย์ เป็นบ้านของสัตว์ป่านานาชนิด ส่วนในน้ำก็เป็นความงดงามอีกหนึ่งรูปแบบซึ่งเต็มไปด้วยกลุ่มปะการังอันทรงคุณค่ามีหลากสีสวยสด ราวกับเป็นภาพวาดแห่งจินตนาการ อุทยานตะรุ ประกอบไปด้วยเกาะทั้งเล็กและใหญ่ทั้งหมด 51 เกาะ อีกทั้งยังมีพื้นที่ทั้งบนเกาะและทะเลประมาณ 1,490 ตารางกิโลเมตร ส่วนเกาะขนาดใหญ่โดยรอบมีทั้งหมด 7 เกาะ ได้แก่ เกาะตะรุเตา , เกาะอาดัง , เกาะราวี , เกาะหลีเป๊ะ, เกาะกลาง , เกาะบาตวง , เกาะบิสสี ถ้าคุณอยากทราบว่าสถานที่แห่งนี้มีความงดงามมากมายขนาดไหน ก็งดงามจนได้รับการยกย่องจากองค์การ UNESCO ให้เป็นมรดกแห่งAsian เลยทีเดียว ภายในพื้นที่ของอุทยานฯ ประกอบไปด้วยจุดชมทิวทัศน์ผาโต๊ะบู บริเวณด้านบนมีศาลาให้เล่นพร้อมชมวิวอ่าวหลายแห่ง แต่ที่อยากแนะนำคืออ่าวสน โดยอ่าวนี้อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 8 กิโลเมตร เป็นแหล่งวางไข่ของเต่าทะเล เกาะตะรุเตา เป็นเกาะท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เพราะฉะนั้นจึงมีบ้านพักให้เลือกสรร มากมายหลากรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักเดี่ยว […]

หน้าหนาวนี้ไปเที่ยวเขาค้อกันดีกว่า

เมื่อพูดถึงหน้าหนาว ก็ต้องออกไปรับลมเย็นๆกันให้ชื่นใจ ! และหนึ่งในเขาซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวในปัจจุบันนี้มากก็คือ ‘เขาค้อ’  แห่งจังหวัดเพชรบูรณ์นั่นเอง โดยคุณจะได้ไปสูดอากาศบริสุทธิ์อันแสนสดชื่นอย่างเต็มปอด อีกทั้งยังได้รับชมดอกไม้แสนสวนซึ่งผลิดอกบานสะพรั่ง นอกจากนี้ยังได้ชมหมอกพร้อมจิบกาแฟอันหอมกรุ่นช่วยทำให้จิตใจผ่อนคลายอีกด้วยค่ะ การเดินทางไปยังเขาค้อสามารถขับรถไปได้ง่ายๆ โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 – 5 ชั่วโมง และสถานที่ท่องเที่ยวภายในเขาค้อนั้นก็มีมากมายหลากหลายแห่ง ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ , วัดวาอารามอันน่าเกรงขามซึ่งแอบซ่อนตัวอยู่ในป่าเขาอันเขียวขจี รวมทั้งร้านกาแฟน่ารักน่านั่ง จุดชมวิว เขาตะเคียน​โง๊ะ หนึ่งในจุดเด่นของเขาค้อซึ่งมาแล้วห้ามพลาด เพราะจุดชมวิว เขาตะเคียนโง๊ะ เป็นจุดชมวิวสวยที่สุดของเขาค้อ โดยควรมาตั้งแต่เวลาเช้าตรู่ เพื่อจะได้เห็นภาพของดวงอาทิตย์สีส้มกลมโต ค่อยๆผุดตัวขึ้นมาท่ามกลางสายหมอกอันกว้างใหญ่ พร้อมสาดส่องสีสวยงาม ไม่อาจหาชมได้ในกรุงเทพ ทั้งสี ชมพู , ส้ม , เหลือง ความงามอันเกิดจากพลังของธรรมชาติโดยแท้จริง แสงเคล้าคลอไปกับทะเลหมอกลอยต่ำ แย้มให้เห็นต้นไม้ใบใหญ่เขียวสด และยังสามารถมองเห็น เขาปู่ – เขาย่า ซึ่งเป็นภูเขารูปทรงคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิ ที่ประเทศญี่ปุ่นมีความ สวยงามมากเช่นเดียวกัน เสียค่าบำรุงคนละ 10 บาท เปิดทุกวัน ทุ่งกันหันลม เป็นอีกหนึ่งจุดที่สวยงามของเขาค้อ โดยมีลักษณะเป็นทุ่งกันหันลมขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องจอดรถไว้ข้างนอก […]

เกาะเชจู นิยามใหม่ของการพักผ่อนใกล้ธรรมชาติ

เกาหลีใต้จัดได้ว่าเป็นประเทศที่คนไทยส่วนใหญ่ค่อนข้างนิยมไปท่องเที่ยวกันเป็นอย่างมาก ด้วยความที่นี่คืออีก 1 ประเทศที่มีสภาพอากาศที่คนไทยชอบ ราคาไม่แพง เดินทางไม่ไกล ที่สำคัญหลายคนยังฝันว่าจะได้ไปตามหาดาราในดวงใจกันด้วย เลยทำให้ประเทศแห่งนี้กลายเป็นประเทศที่มีคนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวในแต่ละปีไม่น้อยเลย ซึ่งจริงๆ แล้วสถานที่เที่ยวในประเทศแห่งนี้ก็มีอยู่ด้วยกันมากมายขึ้นอยู่กับว่าใครจะเลือกเดินทางไปท่องเที่ยวยังส่วนใดของประเทศ ซึ่งหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอย่างมากในการเดินทางไปยังประเทศเกาหลีใต้ก็คือ เกาะเชจู เกาะเชจู เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเกาหลีใต้ถือเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดก็ว่าได้ ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งของประเทศ คนที่มาเที่ยวส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกชมความงดงามตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่มีอยู่บนเกาะ เกาะแห่งนี้เกิดขึ้นจากการระเบิดของของปล่องภูเขาไฟนั่นจึงทำให้ธรรมชาติบนเกาะแห่งนี้มีความสวยงามเป็นอย่างมาก อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีก็อยู่ราวๆ 15 องศาเซลเซียส อากาศที่เย็นสบายแบบนี้ทำให้เวลาเดินไปไหนมาไหนบนเกาะก็ไม่รู้สึกร้อน สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะเชจูเองก็มีอยู่ด้วยกันมากมาย อาทิ อุทยานแห่งชาติภูขาฮัลลาซาน เป็นจุดที่มียอดเขาสูงที่สุดของเกาะ มีเส้นทางสำหรับการศึกษาธรรมชาติที่งดงาม ใครที่ชอบเดินป่าหรือปีนเขาต้องหลงรักสถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน มีทะเลติดชายหาดที่สวยงาม, ปากปล่องภูเขาไฟซานกึมบูริ เป็นปากปล่องที่เราสามารถเยี่ยมชมได้จากมุมองด้านบน ขนาดเส้นรอบวงสูงราว 2 เมตร มีต้นไม้หลากหลายนานานชนิดที่เกิดขึ้นมาให้ได้ศึกษา ส่วนบริเวณใกล้เคียงก็มีเส้นทางไหลของลาวาตั้งแต่ยุคอดีตอีกด้วย, ถ้ำมานจังกุล เป็นถ้ำอันเกิดจากลาวาภูเขาไฟมีความยาวไกลสุดถึง 13.4 กิโลเมตร เป็นเขตมรดกโลกที่มีความเชื่อกันว่ามีอายุยาวนานข้ามผ่านกาลเวลาตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์, ยุคน้ำแข็ง, น้ำตกชองบัง เป็นน้ำตกที่มีความเชื่อว่ามังกรอาศัยอยู่ ส่วนน้ำที่รองมาจากน้ำตกแห่งนี้ก็ว่ากันว่าค่อนข้างมีความศักดิ์สิทธิ์มากพอตัว สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ด้วย ถือว่าเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมากๆ แห่งหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้ นอกจากนี้ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ บนเกาะเชจูให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาท่องเที่ยวกันอีกมากมาย แค่คร่าวๆ สำหรับความงดงามเบื้องต้นที่ได้กล่าวไปก็น่าจะเพียงพอในการดึงดูดให้รู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องลองไปสักครั้ง